ในแวดวง HR เรามักมีคำถามโลกแตกอยู่เสมอว่า "ระหว่างคนเก่งเทพที่อีโก้จัด กับคนธรรมดาที่พร้อมเรียนรู้ เราควรเลือกใคร?" คำตอบในยุคนี้ชัดเจนยิ่งกว่ายุคไหนๆ ครับว่า "ทัศนคติ (Attitude)" คือผู้ชนะตัวจริง
วันนี้ผมอยากหยิบยกแนวคิดระดับโลกที่เปลี่ยนวิธีมองศักยภาพมนุษย์ไปตลอดกาล จากงานวิจัยของ Carol Dweck นักจิตวิทยาชื่อดังจากมหาวิทยาลัย Stanford ที่ได้พิสูจน์แล้วว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณฉลาดแค่ไหน (IQ) แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณมองโลกอย่างไร
Fixed vs. Growth: คุณยืนอยู่ฝั่งไหน?
Carol Dweck แบ่งมนุษย์ออกเป็น 2 ประเภทตามกรอบความคิดครับ:
-
Fixed Mindset (กรอบความคิดแบบจำกัด): คนกลุ่มนี้เชื่อว่าความเก่งเป็นเรื่องพรสวรรค์ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เมื่อเจออุปสรรคจะรู้สึกว่าตัวเอง "ไม่ได้เรื่อง" และมักจบลงด้วยความสิ้นหวัง
-
Growth Mindset (กรอบความคิดแบบเติบโต): คนกลุ่มนี้เชื่อว่ามนุษย์พัฒนาได้ สมองเหมือนกล้ามเนื้อที่ยิ่งใช้ยิ่งแข็งแกร่ง อุปสรรคไม่ใช่ทางตัน แต่คือ "โอกาส" ในการเรียนรู้
ความน่าสนใจคือ Dweck พบว่าคนที่มี Growth Mindset มักจะแซงหน้าคนที่มี IQ สูงกว่าได้ในระยะยาว เพราะเมื่อคนเก่ง (แบบ Fixed) เจอความล้มเหลว เขาจะสูญเสียความมั่นใจ แต่คนที่มี Growth Mindset จะมองว่า:
“ความล้มเหลวก็เป็นแค่ข้อมูลตัวหนึ่ง... มันแค่บอกเราว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล
งั้นฉันก็จะลองแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นดู”
จากแนวคิดสู่การลงมือทำ: 7 คัมภีร์เปลี่ยน Mindset ให้เป็นผู้ชนะ
ไม่ว่าพื้นฐานเดิมของคุณจะเป็นแบบไหน หรือเคยถูกตีกรอบมาอย่างไร ข่าวดีที่สุดในโลกการทำงานยุคนี้คือ "ทัศนคติไม่ใช่พันธุกรรม" ครับ แต่มันเปรียบเสมือนชุดคำสั่งทางความคิด (Software) ที่เราสามารถกดปุ่มอัปเกรดเวอร์ชันใหม่ได้เสมอ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ นี่คือ 7 วิธีปรับจูนความคิด ที่กลั่นกรองมาแล้วว่า จะช่วยเปลี่ยนคุณให้กลายเป็น 'ตัวจริง' ในสนามการทำงานครับ
1. อย่าขังตัวเองไว้ในความรู้สึก "ไร้ค่า" ประวัติศาสตร์จารึกชื่อของผู้ชนะที่เคยถูกตราหน้าว่า "ล้มเหลว" มาแล้วทั้งนั้น
-
Walt Disney เคยถูกไล่ออกเพราะ "ขาดจินตนาการ"
-
Oprah Winfrey เคยถูกปลดเพราะ "ใส่อารมณ์กับข่าวมากไป"
-
Henry Ford ล้มเหลวถึง 2 ครั้งก่อนจะมีรถฟอร์ด ถ้าพวกเขายอมแพ้ตั้งแต่ครั้งแรก โลกคงไม่มีตำนานเหล่านี้ จำไว้ว่าความล้มเหลวคือกระบวนการคัดกรองตัวจริงครับ
2. ใช้ความหลงใหล เอาชนะพรสวรรค์ คุณไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่ต้อง "กัดไม่ปล่อย" ที่สุด Warren Buffett แนะนำกฎ 5/25 คือให้ลิสต์สิ่งที่คุณอยากทำ 25 อย่าง ตัดออก 20 อย่าง และโฟกัสแค่ 5 อย่างที่คุณรักที่สุด พลังโฟกัสนี้แหละที่จะทำให้คุณเหนือกว่าคนจับจด
3. ลงมือทำเพื่อฆ่าความกลัว คนที่มี Growth Mindset ไม่ใช่ไม่กลัว แต่เขารู้ว่า "การลงมือทำ" คือยารักษาความกลัวที่ดีที่สุด อย่ารอเวลาที่เหมาะสม เพราะมันไม่มีจริง
4. ทลายขีดจำกัดแบบ Bruce Lee มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งลูกศิษย์ของ Bruce Lee วิ่งจนหมดแรงและบอกว่า "ถ้าวิ่งต่อผมตายแน่" บรูซตอบกลับสั้นๆ ว่า "งั้นก็ตายซะสิ!" โหดไหมครับ? แต่บรูซกำลังสอนบทเรียนสำคัญว่า "ขีดจำกัดที่แท้จริงไม่มีหรอก มีแต่อุปสรรคที่คุณต้องก้าวข้าม" ถ้าคุณหยุดพัฒนา วันพรุ่งนี้คุณจะแย่ลงกว่าวันนี้ทันที
5. คาดหวังผลลัพธ์เสมอ รู้ทั้งรู้ว่าอาจจะล้มเหลว แต่ต้อง "หวังว่าจะชนะ" เพราะความหวังคือเชื้อเพลิงที่ทำให้เราก้าวเดินต่อ คนที่ไม่คาดหวัง คือคนที่ถอดใจตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
6. ปรับตัวคือความอยู่รอด โลกธุรกิจไม่เคยปรานีคนอ่อนแอ เมื่อเจอปัญหา คนที่มี Growth Mindset จะไม่ถามว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน" แต่จะถามว่า "ฉันจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร"
7. เลิกบ่น แล้วลุย การบ่นคือสัญลักษณ์ของ Fixed Mindset ที่ชัดเจนที่สุด เพราะคนที่มี Growth Mindset จะมองหา "ทางออก" จนไม่มีเวลาเหลือให้บ่นครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอหยิบยกมุมมองที่น่าสนใจจากบทความต้นฉบับของคุณ CK ที่สรุปไว้อย่างเฉียบคมว่า:
"ในโลกนี้มีคน 2 ประเภท คือ คนที่ชนะ และ คนที่ยอมแพ้ก่อนจะชนะ...
ไม่มีหรอกครับ คนที่แพ้จริงๆ"
ความฉลาดอาจทำให้คุณเริ่มสตาร์ทได้เร็วกว่าคนอื่น แต่ "ทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้" คือสิ่งเดียวที่จะพาคุณวิ่งเข้าเส้นชัยในวันที่คนอื่นถอดใจไปแล้ว
แล้วคุณล่ะครับ... วันนี้คุณกำลังวิ่งเข้าเส้นชัย หรือกำลังจะหยุดวิ่งเพียงเพราะความเหนื่อยล้าแค่ชั่วคราว?
เรียบเรียงโดย: Mister J ขอบคุณข้อมูลและแรงบันดาลใจจากบทความของ: CK